Friday, September 22, 2006

ความน่ากลัวของรัฐประหาร


ความน่ากลัวของรัฐประหาร

รัฐประหารคราวนี้ ดูจะได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง ได้รับทั้งไก่ไม่มีกระดูก ช่อกุหลาบ และยังกลายเป็นแฟชั่นให้ชาวกรุงมายืนถ่ายรูป คาดว่า หากทหารอยู่นาน จะมีทัวร์จากต่างจังหวัดและต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชม ฮา ฮา

ก่อนหน้า ในคืนวันที่ ๑๘ ผมได้วิเคราะห์สถานการณ์กับ คุณยะใส ใน Newsmaker ASTV และคิดว่าสถานการณ์การชุมนุมมีโอกาสเกิดความรุนแรงสูงมาก ทหารคงวิเคราะห์สถานการณ์คล้ายกัน ดังนั้น เหตุผลของการรัฐประหาร คือ ป้องกันสถานการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม อันนี้เป็นที่เข้าใจได้

รัฐประหารคราวนี้ ดูเหมือนจะเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่ทุกคนดีใจ ที่ทักษิณ ออกไปซะที

ในเชิงยุทธศาสตร์การทหาร ต้องยอมรับ พลเอก สนธิ วางแผนได้เยี่ยม เรียกว่า อดทน ใจเย็น เดินหมากเงียบๆ ทำตนให้อยู่ในชัยภูมิที่ข้าศึกไม่อาจเอาชนะ วางกำลังดุจกักน้ำไว้ในหุบเขาสูงร้อยเชี้ยะ โจมตีดุจสายฟ้าผ่าลำไม้ไผ่ ทำตนดุจหินกระทบไข่ ต้องตามหลักซุนวู ทุกประการ อย่างนี้ อาจารย์ ฮกหลง ขงเบ้ง มาเห็นเป็นชอบใจ ซุนวูว่าไว้ นักรบที่ยิ่งใหญ่ได้ชัยชนะที่เรียบง่ายไม่หวือหวา เพราะกุมชัยชนะตั้งแต่ยังไม่เคลื่อนกำลัง

แต่ชัยชนะดังกล่าว ผมเห็นว่า เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ มหาสงครามทุนนิยม เพราะแท้จริง เราเพิ่งกำจัด นายทัพทุนนิยมบริวาร และพวกพ้อง ออกไปได้ ที่น่าสังเกต คือ บรรดา เหล่าเนติบริกรตัวลายแลบลิ้น เริ่มรุกคืบพลิกกาย ครับท่าน ทั้ง มีชัย วิษณุ บวรศักดิ์ ต้องยอมรับว่า พวกนี้ เก๋า (เจ้ง)กว่า อ.โภคิน เยอะ

ดังนั้น รัฐประหาร ที่กลายเป็นเรื่องสนุก แท้จริงแอบซ่อนความน่ากลัวไว้มากมายครับ

รัฐประหาร คือ โอกาสพลิกกาย เล่นลิ้น ของเหล่า สัตว์การเมือง ทั้ง Monitor lizard ฮายิน่า หมาใน ผู้ตกอยู่ในวังวนของมหาเปตรภูมิ อันมีความโลภเป็นภักษาหาร

รัฐประหาร คือ เวทีชดใช้บัญชีกรรม หนี้บาปที่ข้ามภพ ข้ามชาติมาทวงคืน ดังนั้น ถ้า คปค.ไม่แฟร์ ประชาชนเจ้ากรรมนายเวรอาจตามทวงคืนเอากับท่านได้ ประเด็นนี้ ขอให้กำลังใจ คุณจารุวรรณ สุดๆ

รัฐประหาร คือ ขนมหวานสำหรับประชาชน กล่อมให้รู้สึก หลับไม่รู้ คู้ไม่เห็น เพราะปัญหาที่แท้จริงของประเทศไทย คือ ปัญหาการรุกล้ำของโลกาภิวัฒน์เหนือ ชีวิตคนไทย อย่าลืมว่าปัญหาประชาชนตาดำๆในเวทีพันธมิตรมีมากมายเหลือเกิน อย่าลืมว่าพี่น้องค้าปลีกจะตายกันหมด อย่าลืมว่ารัฐวิสาหกิจยังไม่ได้รับการทวงคืน อย่าลืมปัญหาหนี้เกษตรกรภาคอีสาน อย่าลืมเรื่อง เอฟ ที เอ

...............

ก่อนทักษิณ จะโดนเด้ง จำได้รึเปล่า ว่า เขาไปนั่งเต๊ะจุ๊ยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่ไหน

หากท่านลองย้อนกลับไปดูฉากหลังของเขา จะมีตัวอักษร พิมพ์ว่า Council of Foreign Relations
ไอ้ CFR นี่แหละ คือ ฐานทัพใหญ่ของ กองทัพปีศาจทุนนิยม

ดังนั้น ขุนทัพ ต่อต้าน ทุนนิยม ที่ผมขอคารวะ ว่าอยู่เหนือกว่า พลเอก สนธิ

เป็นขุนทัพ ที่ห้าวหาญ เหี้ยมเกรียม ใจถึง และกล้ายืนชี้หน้าด่า นาย Bushit ! ว่า คือ ปีศาจ กลางเวที UN

ขุนทัพ ผู้นั้น คือ พันธมิตรเสรีชนแห่งโลก ฮูโก้ ชาเวซ แห่งเวเนซูเอล่า (คนในภาพ) และ มะมูดญ์ อะมาดิเนญาด แห่งอิหร่าน

"เมื่อวานนี้ เจ้าปีศาจมาพูดที่นี่"

"เขามายืนที่นี่ กลิ่นปีศาจยังลอยคลุ้ง"

"เมื่อวานนี้ครับ ท่านสุภาพบรุษ และสุภาพสตรี ประธานาธบดีสหรัฐ ท่านสุภาพบุรุษที่ผมเรียกว่า ปีศาจ ได้มาพูดราวกับเขาเป็นเจ้าของโลกใบนี้ จริงๆนะครับ ในฐานะผู้ครอบคอรงโลก"

สองสามประโยค คือ วลีเด็ด ของ ชาเวซ ในเวที UN เวทีที่ ทักษิณ อดขึ้นแสดงความเป็นทาส และ ณ ปัจจุบันไป อ้อน UN ให้เข้ามาจัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ UN ไม่ใช่พ่อ

ฟัง ชาเวซ เหมือน ดูมวย ไฟเตอร์ ขวัญใจผม ชื่อ ชาเวซ เหมือนกัน แต่ ฮูลิโอ ซีซ่า ชาเวซ เป็น เม็กซิกัน ครับ มวยดุ ใจถึง ผมชอบ


............

ด้วยเหตุนี้ การทำงานของ คปค.ดูจะเป็นเพียง ชัยชนะเล็กๆ ที่อาจไม่มีเป้าหมายในการเอาชนะทุนนิยม ระยำ ที่กำลังแผ่ปลกคลุมโลกใบนี้อยู่ ด้วยซ้ำไป

นี้ คือ ภารกิจกู้ชาติ ที่สำเร็จลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

และดูเหมือนว่าประชาชน ยังคงเหนื่อยอยู่ บางท่านยังตั้งทัพประชาชนคอยเก้อ อยู่หลายจังหวัด

ประชาชนที่รัก จงลุกขึ้นสู้ กับ ทุนนิยม อย่าได้หยุดยั้ง

จอมทัพที่แท้จริง ของเรา เหล่าชาวไทย คือ ในหลวง

ผมนับถือ ในหลวง มิใช่ เพราะผมเป็น Royalist หรือ Conservative

ผมนับถือ ท่านในฐานะ วีระกษัตริย์ ผู้ทรงท้าทายทุนนิยม ทักษิณ ซึ่งเป็นทุนบริวาร ของ ทุนอัปรีย์อเมริกา ทุนชั่วช้า ออสเตรเลีย ทุนล้าหลังแบบยุโรป

............

ผมเพิ่งวางมติชน รายสัปดาห์ ฉบับล่าลงไป อ่านข้อเขียนของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในหัวข้อ ชุมชนแบบเก่าและแบบใหม่ แล้ว ก็ หัวเราะ หึ หึ ด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า

.............


พบกัน เมื่อฟ้าดิน ต้องการ
.........................

เมฆบ้า





12 comments:

crazycloud said...

ตอนนี้ มีชัย ชักชวน วิษณุ บวรศักดิ์ เข้าไปเป็นทีมกฎหมายของ คปค.

จะเอามาร่าง ธรรมนูญปกครองชั่วคราว

สยดสยอง จริงๆคนเรา

.......

ไฟใต้หรี่แสง เพราะ ทักษิณ ทุนนิยมระยำไปแล้ว

ผมเคยลงไปวิเคราะห์ปัญหาไฟใต้กับพันธมิตรใต้ที่ตรัง

ผมคิดว่ามันคอ ปัญหาความอยุติธรรม แบบที่ ทุนนิยมกำลังชำเราโลก

บิน ลา เดน ไม่เลิกลา แน่ ถ้า อเมริกูยัง เป็นอยู่เชนนี้

......
คาดว่า คุณหญิง จารุวรรณ ทำงานไม่สะดวกมากหรอก เพราะ ตัวเหีย ตัวลาย ต้องพลิกกายแลบลิ้น ของความเห็นใจ จาก บังธิ เป็นแน่

............

ยุงตัวเมีย ตัวเหีย ตัวลาย สวดสามที่ แล้วโห้ ไล่

Anonymous said...

มิติของสงครามที่ คุณเมฆาคลั่งว่า ดูจะกินความกว้างกว่าที่ใครคาดเยอะ ถึงว่า ทำไม เมฆาจึงคลั่งขนาดหนัก ยังไงก็เบาลงบ้างก็จะดี แล้วค่อยคลั่งใหม่ สนุกดี

Anonymous said...

เห็นด้วยกับรัฐประหารครั้งนี้หรือเปล่า จงวิเคราะห์มา

อย่ากั๊ก ๆ กลวง ๆ

crazycloud said...

ผมละเบื่อ พวกโรคกลัวรองเท้า บู๊ต

ในอดีต เราต่อต้าน ทหาร เพราะ ทหารลงมาสืบทอดและใช้อำนาจส่วนนึง อีกส่วน เพราะเครื่องแต่งกายทหารที่มันสร้างความกลัวได้ดี ปัญญาชนบางกลุ่มจึงยังกลัวรองเท้าบู๊ต

แต่ผด็จการพลเรือนทุนนิยมนี่สิน่ากลัวกว่า มันมาเนียนๆเหมือนคู่รักสุดสวยที่หลอกต้ม

ผมเฉยๆกับรัฐประหาร

ผมคิดว่า ผลร้ายของรัฐประหาร คือ การปิดพื้นที่การเรียนรู้ขอประชาชนต่อโลกาภิวัฒน์ เพียงชั่วคราว

ในขณะเดียวกัน ด้านดี คือ สามารถระงับความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นได้

คุณที่ถามไม่ทราบ อยากถูกม็อบ ไอ้ห้อย เนวิน ( รุ่นพี่สวนกุหลาบที่ผมไม่เคารพ) มันกระทืบ หรือ อยากเอาขนมไปให้ทหาร

รึว่าคุณ จะมากระทืบมวลชนอันสวยงามของพันธมิตร ฮา ฮา

อย่ากำกวม กั๊กๆ กลวงๆ แบร๋ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Anonymous said...

เพ้อเจ้อ และ ไร้หลักการ

สั้น ๆ แด่ คุณ ไม้หลักปักขี้เลน และ นัก "ประชา" ธิปไตย จอมปลอม

แบร๋ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (กว่า)

Anonymous said...

เผด็จการทุนนิยม - เผด็จการทหาร = เผด็จการ

มันจะ = ประชาธิปไตย ได้ไงวะ ?

crazycloud said...

จุดยืนของผมเป็นประชาธิปไตยครับ แต่ประชาธิปไตยต้องเป็นประชาธิปไตยที่มีเหตุผล สอบสวนความเป็นจริงด้วยสติปัญญาครับท่าน ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบไร้เดียงสา

ผมเข้าใจดีว่าปัญญาชนไทยรุ่นกระทงตีความประชาธิปไตยแบบในตำราเรียนเป๊ะ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรกับขบวนการ อ.ใจ ผมคิดว่า อ.ใจแกเชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจครับ

การที่คุณไม่มีข้อมูลลึกๆ คุณจะไม่มีทางเข้าใจความชั่วร้ายได้ ผมไม่เห็นด้วยกับเผด็จการชั่วร้ายเป็นแน่แท้

และหากคุณกล่าวหาว่า ผมเป็นนักประชาธิปไตย จอมปลอม มันก็เป็นสิทธิของคุณที่คุณจะกล่าวหา แต่สิ่งที่คุณป้ายสีให้ผม ดูเหมือนจะเป็นวิธีการแบบเผด็จการดึกดำบรรพ์ นะครับ

ท้ายสุดผมขอยกคำท่านพุทธทาส เจ้าสำนัก ธัมมิกสังคมนิยม ที่ว่า

"ประชาธิปไตย แบบไม่มี ธรรมรองรับ ก็คือ ระบอบที่ให้คนใช้สิทธิและเสรีภาพไม่บนกิเลส ตัณหาและความยึดมั่นถือมั่น"

ตรวจสอบข้อมูลให้ครบก่อน ผมก้เข้าใจคอนเซปประชาธิปไตยเหมือนกัน และคุณก็ต้องเข้าใจด้วยว่า สิ่งที่ผมเรียกร้อง มันไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน และ ข้อมูลที่ผมนำเสนอในหลายประเด็น มันผิดพลาดตรงไหน และดูด้วยว่าข้อมูลที่ผมใช้ผมออกไปเรียกร้องเพื่อใคร

และถ้าพวกคุณยังด่า คนที่ต่อสู้ว่า อยากดัง ก็เชิญแสดงสิทธิและเสรีภาพอันแสนอ่อนด้อยต่อไป อีกหน่อยคงไม่มีใครอยากต่อสู้

สำหรับผม ไม่ว่ากระไร ขอเชิญคุณ แสดงความเห็นโดยเสรีต่อไป เพราะอย่างคุณก็คือ ประชาชนคนนึงเหมือนกัน

LekParinya said...

คิดส่วนตัวว่า
เผด็จการโดยธรรม อย่างไรก็น่าจะดีกว่า
ระบอบทุนนิยมสามานย์ ที่โหยหาหื่นกระสันแต่ การเลือกตั้ง เป็นคำตอบสุดท้าย

แต่ทั้งนี้ "โดยธรรม" แค่ไหน อย่างไร ต้องดูกัน
ทั้งกระบวนการ และผลลัพธ์
แบบ มอก. และ ISO

ต้องดูกัน

Anonymous said...

เพ้อแท้ๆ

crazycloud said...

ประชาธิปไตยของผม มีสิทธิและเสรีภาพเป็นแกนกลาง เมื่อผมพูดถึงสิทธิและเสรีภาพ

ผมหมายถึง

การมีชีวิตอยู่จริงๆ ไม่ใช่กล่าวลอยๆถึงสิทธิชีวิตร่างกาย
การมีที่ดินทำกิน ไม่ใช่กล่าวลอยๆถึงสิทธิในการถือครองทรัพย์สิน
การมีรายได้ที่เป็นธรรม ไม่ใช่กล่าวลอยๆถึงสิทธิในทางเศรษฐกิจ
การเรียกร้อง แหกปากตะโกนถึงสิ่งที่สังคมสูญเสีย ไม่ใช่สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
การที่คนรวยต้องเข้าคุกเวลาทำผิด ไม่ใช่กล่าวลอยๆถึงหลักความเสมอภาค

ในโลกาภิวัฒน์ที่ชีวิตจริงๆของ คนจนๆ ถูกตัดทอนไปด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจ

สิทธิและเสรีภาพ อันเป็นหัวใจของประชาธิปไตยที่ผมเชื่อ และพยายามทำสุดกำลัง จึงไม่ใช่เรื่องเพ้อหรอกครับ

ป.ล.กรุณาอ่าน ABOUT ME ของผม ก็จะรู้ว่าผมไม่ได้พูดเพ้อ

สำหรับผู้ที่เพ้อด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมก็ไม่ได้ว่ากระไร

Anonymous said...

I agree with the most of your content. Now we should focus on the Post-รัฐประหาร. In the next 2-5 years, will everything follow the same footstep.

Only one thing is quite wrong, is the topic, "ความน่ากลัวของรัฐประหาร". It should be Non-ความน่ากลัว, or Post-รัฐประหาร, or strategy of Thai-รัฐประหาร. (it's just my idea.)

Anonymous said...

ในความเห็นส่วนตัวของผม ประเด็นของการรัฐประหารนี้ ขอให้แยกแยะกับการ "เอา" หรือ "ไม่เอา" ทักษิณ เพราะการรัฐประหารไม่ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ย่อมไม่ดีด้วยกันทั้งนั้น

รัฐประหารไม่ว่าจะนองเลือด หรือไม่นองเลือด ก็เป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และผิดกม.อย่างร้ายกาจ โดยการไม่คำนึงถึงเจตจำนงร่วมกันของคนในชาติ และวิถีทางประชาธิปไตย ตลอดจนสิทธิเสรีภาพของปวงชน

รัฐประหารไม่ว่าจะเกิดขึ้นในรัฐบาลใด ย่อมไม่ถูกต้องด้วยกันทั้งสิ้น มันเป็นสิ่งที่หยาบช้า และหากบอกว่า ถ้ารัฐบาลที่เลวอย่างนี้สามารถรัฐประหารได้ แต่รัฐบาลที่ดีอย่างนั้น รัฐประหารไม่ได้ แล้วบรรทัดฐานอยู่ที่ใด ซึ่งโดยแท้ที่จริงที่มาของรัฐประหารนั้นแสนอัปลักษณ์ และไม่มีทางถูกต้องได้เลย

ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย มันก็มีกลไกของมัน หากมองว่าระบบถูกกลืน ถูกครอบงำ ขอให้มองว่า ณ ปัจจุบันนี้ ภาคประชาชนเข้มแข็งขึ้น ฉลาดขึ้น และสามารถที่จะก้าวพ้นและเติบโตไปกับระบบได้หรือไม่ เราจะก้าวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อดทนตามสถานการณ์ต่อไป อย่าใช้เพียงคำถามที่ยังไม่เกิด อาจจะไม่เกิด แต่ทำให้ดูน่ากลัวว่า "หรือจะรอให้นองเลือด" แล้วต้องใจร้อน ใช้ทางลัดแก้ปัญหา

นักกม.ที่รักทุกท่าน หากท่านตระหนัก และเข้าใจในความหมายของนิติรัฐ ผมใคร่ขอบอกว่า รัฐประหาร เป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับนิติรัฐครับ

ในที่นี้ผมขอหยิบยกคำพูดของท่านอ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้เปรียบเปรยไว้เป็นอย่างดีว่า "หากใครมองว่า รัฐประหาร คือ ประชาธิปไตย รัฐประหาร นั่นก็คือ fast food democracy หรือ ประชาธิปไตยแบบแดกด่วน ทานเข้าไปแล้วล้วนแต่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย" ซึ่งผมเห็นว่านั่นเท่ากับ การใช้รัฐประหาร คือ การข่มขืนประชาธิปไตยแบบเร่งด่วน และยังผลเสียมากมายต่อประชาธิปไตย

สุดท้ายขอฝากบทความสัมภาษณ์ ของ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ได้ลงในออนโอเพ่น มาเพื่อให้ท่านที่สนใจได้ทรรศนาครับ

http://www.onopen.com/2006/editor-spaces/1001