Saturday, June 27, 2009

จุดโหวงเหวง


ชีวิตผมกลับตาลปัตรมาได้หลายระยะ
ผมรู้สึกว่า งานหลักของผม คือ การเดินทางเข้าไปภายใน
ส่วนงานที่เหลือเป็นงานรอง

บางทีผมรู้สึกว่า ทำไมผมขี้เกียจจัง
วันๆเอาแต่นั่งลืมตาเฉยๆ
และก็คอยตามรู้ตามดู
กายใจว่ามันจะเต้นระบำไปทางไหน

แต่บางทีก็กลับมาเตือนตัวเองว่า
อีการนั่งอยู่เฉยๆนี่แหละบางทีอาจเป็นหน้าที่หลัก
ของการเกิดมาเป็นคน
ที่ยังมีงานในเชิงวิวัฒนาการที่ต้องทำอีก

รู้สึก ถึงกายใจไปเรื่อยๆ
จนผมรู้สึกว่าตัวมันเบาๆขึ้น
ใจกระเทือนน้อยลง

จนมาถึงจุดที่ผมรู้สึกโหวงเหวง
เหมือนว่าตัวเองกำลังจะหายไป
แต่มันก็ยังมี
แต่มันก็โล่งๆ โหวงเหวงพิกล

........

สิ่งที่ผมพบด้วยความรู้สึก

ธรรมชาติของใจและกายย่อมส่งอออกนอกไปหาโลก
เราห้ามมันไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เรา
หน้าที่ คือรู้สึกในทุกขณะว่าอะไรมันกระเพื่อมหวั่นไหว
แค่รู้ ก็จบแล้ว

ผมยังพบอีกว่า ธรรมะ เป็นเรื่องธรรมดา
ต้องรู้สึกอย่างคนธรรมดา
ธรรมดา คือ กายใจเป็นไตรลักษณ์

มันไม่เที่ยง ( อนิจจัง )
มันเป็นทุกข์ ( ทุกขัง )
มันบังคับไม่ได้( อนัตตา )

รู้สึก รู้สึก

ผมมาอยู่ในจุดโหวงเหวง
ไม่รู้ว่าต่อไปจะเจออะไรอีก

No comments: